กว่าจะเป็นวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานีวันนี้

            
แนวคิดการจัดการศึกษาอาชีพได้มีมาตั้งแต่ยุคสมัยที่ประเทศไทยเริ่มมีอาชีพหัตกรรมมากขึ้นนอกเหนือไปจากอาชีพกสิกรรม การอาชีวศึกษา เริ่มอย่างเป็นระบบเมื่อได้รับการบรรจุในโครงการศึกษา   พ.ศ. 2441 เป็นการศึกษาพิเศษซึ่งหมายถึง การเรียนวิชาเฉพาะ เพื่อให้เกิดความชำนาญ โดยในปี พ.ศ.2452   การจัดการศึกษา ได้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ โรงเรียนสามัญศึกษา สอนวิชาสามัญ และโรงเรียนวิสามัญศึกษา สอนวิชาชีพ เพื่อออกไปประกอบอาชีพ เช่น แพทย์ ผดุงครรภ์ ภาษาอังกฤษ พาณิชยการ ครู
เป็นต้น      ในปี พ.ศ.2453 ได้จัดตั้งโรงเรียนอาชีวศึกษา 2 แห่งแรก คือ โรงเรียนพาณิชยการที่วัดมหาพฤฒาราม และ วัดราชบูรณะ
ปี พ.ศ. 2456 จัดตั้งโรงเรียนเพาะช่าง และปี พ.ศ.2460 จัดตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรม

           แผนการศึกษาแห่งชาติ มีผลต่อการกำหนดการศึกษาอาชีพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2475 ได้กำหนดว่าโรงเรียนวิสามัญศึกษา ได้แก่ การศึกษาวิชาชีพ ซึ่งจัดให้เหมาะสมกับภูมิประเทศ เช่น กสิกรรม หัตถกรรม และพาณิชยการ เพื่อเป็นพื้นฐานความรู้สำหรับประกอบการเกษตรกรรมและ อุตสาหกรรม ต่าง ๆ และในแผนการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ.2479 ได้ ปรากฏคำว่า “อาชีวศึกษา” เป็นครั้งแรกในระบบการศึกษาของประเทศไทย โดยแบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ อาชีวศึกษา ชั้นต้น, อาชีวศึกษาชั้นกลาง และอาชีวศึกษาชั้นสูง รับนักเรียนจากโรงเรียนสามัญศึกษาของทุกระดับประโยค ปี พ.ศ.2481 มีพระราช กฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการในสังกัดกระทรวงธรรมการ (กระทรวงศึกษาธิการ ในปัจจุบัน) ให้จัด
ตั้งกรมใหม่ขึ้น 2 กรม คือ

        1. กรมสามัญศึกษา มีหน้าที่จัดการศึกษาสายสามัญ
        2. กรมวิชาการ มีหน้าที่จัดการศึกษาสายอาชีพ โดยแบ่งออกเป็น 4 กอง คือ  
               1.  สำนักงานเลขานุการกรม
               2.  กองตำรา
               3.  กองสอบไล่
               4.  กองอาชีวศึกษา ซึ่งกองอาชีวศึกษา มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดโรงเรียนอาชีวศึกษา

          ปี พ.ศ.2484 ได้มีพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พุทธศักราช 2484 ซึ่งตราขึ้นเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2484 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
คือวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2484 กระทรวงธรรมการได้เปลี่ยนชื่อเป็น กระทรวงศึกษาธิการ และตั้งกรมอาชีวศึกษาขึ้นแทนกรมวิชาการ ส่วนกองวิชาการเป็นกอง ๆ หนึ่งในกรมอาชีวศึกษา ดังนั้น กรมอาชีวศึกษา จึงได้ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติ
เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2484

          การแบ่งส่วนราชการ แบ่งออกเป็น3 กอง คือ 1. สำนักงานเลขานุการกรม 2.กองโรงเรียน ทำหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินการโรงเรียนอาชีวศึกษา 3. กองวิชาการ ทำหน้าที่เกี่ยวกับหลักสูตรแบบเรียน ทะเบียน การสอบไล่ และการออกประกาศนียบัตร ช่วงระหว่างมหาสงครามเอเซียบูรพา การอาชีวศึกษาได้รับผลกระทบจากภัยสงคราม ก่อให้เกิดการขาดแคลนอุปกรณ์ การสอน นักเรียนต้องหลบภัย จำนวนครูและนักเรียนน้อยลง จนกระทั่งภาวะสงครามสงบลง รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น โดยในแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2494
          การอาชีวศึกษาได้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย และ มัธยมอาชีวศึกษาชั้นสูง โดยในแต่ละระดับกำหนดเวลา เรียนไม่เกิน 3 ปี
ปี พ.ศ. 2495 ได้มีพระราชกฤษฎีกาการจัดวางระเบียบราชการในกรมอาชีวศึกษา แบ่งส่วนราชการออกเป็น 7 กอง คือ

1.  สำนักงานเลขานุการกรม
2.  กองโรงเรียนการช่าง
3.  กองโรงเรียนพาณิชย์และอุตสาหกรรม
4.  กองโรงเรียนเกษตรกรรม
5.  กองวิทยาลัยเทคนิค
6.  กองส่งเสริมอาชีพ
7.  กองออกแบบและก่อสร้าง

          ปี พ.ศ. 2497 กรมอาชีวศึกษาจัดตั้งโรงเรียนช่างไม้ปัตตานี และโรงเรียนการช่างสตรีปัตตานี ที่บริเวณถนนสะบารัง ริมคลองสามัคคี ทั้งโรงเรียนช่างไม้ และโรงเรียนการช่างสตรี ใช้อาคารเก่าของโรงเรียนเบญจมราชูทิศปัตตานี (โรงเรียนประจำจังหวัดชาย บริเวณหอสมุดเฉลิมราชกุมารี ปัจจุบัน) พื้นที่ยาวตั้งแต่สะพานสามัคคีไปจรดหมู่บ้านสะบารัง ในปีนี้อธิบดีกรม
อาชีวศึกษาชื่อ นายสนั่น สุมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีชื่อ นายสุชาติ บุญยรัตน์พันธ์  ศึกษาธิการจังหวัดชื่อ นายเถียร พรหมภัตต์ การเปิดรับนักเรียนรุ่นแรกจัดการรับสมัครโดยสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด  ครูใหญ่โรงเรียนการช่างสตรีคนแรกคือ นางสาวไพจิตร  เศวตวรรณ  ย้ายมาจากโรงเรียนการช่างสตรีนครศรีธรรมราช มีครูที่ทำการสอน 2 คน คือ คุณครูขนิษฐ์ มโรหบุตร ย้ายมาจาก โรงเรียน การช่างสตรีสงขลา และคุณครูสมพร  ประสพศุกร์( หวานจิตต์) ได้รับการบรรจุใหม่

          ปีการศึกษา  2497  ซึ่งเป็นปีแรกโรงเรียนการช่างสตรีปัตตานี  ได้เปิดสอนเย็บปักถักร้อย งานฝีมือ ทำอาหาร ดอกไม้สด
มีนักเรียน 60-70 คน ส่วนใหญ่เป็นมุสลิม จ้างเรียนคนละ 30 บาทต่อเดือน ครูประจำชั้นเป็นเจ้าหน้าที่จ่ายเงินให้  เปิดสอน 2  ระดับ  คือ

1. ระดับมัธยมต้น (แผนกการช่างสตรี) หลักสูตร 2 ปี  (เทียบเท่าชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3) รับนักเรียนที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่  4 
2. ระดับมัธยมศึกษา  (แผนกการช่างสตรี)  หลักสูตร  3  ปี  (เทียบเท่าชั้นมัธยมปีที่  6)  รับนักเรียนที่จบมัธยมปีที่  3

         ครูใหญ่ไพจิตร  เศวตวรรณ อยู่ได้ 1 ปี ในปี พ.ศ. 2498 ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งครูใหญ่โรงเรียนการช่างสตรีนครปฐม  และเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2498  กรมอาชีวศึกษาได้แต่งตั้งนางขนิษฐ์ มะโรบุตร ครูโรงเรียนการช่างสตรีปัตตานี ให้ดำรงตำแหน่งครูใหญ่และได้ดำรงตำแหน่งจนกระทั่งเกษียณอายุราชการ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2522 รวมเวลาที่ดำรงตำแหน่งครูใหญ่  และอาจารย์ใหญ่ทั้งสิ้น  24  ปี

    ปี พ.ศ.  2499  กรมอาชีวศึกษาให้จัดหาที่ดิน เป็นที่จัดตั้งโรงเรียนการช่างชายปัตตานีและโรงเรียนการช่างสตรีปัตตานี โรงเรียนการช่างชายปัตตานีได้ที่ดินอยู่ตรงสี่แยกวงเวียนหอนาฬิกา
(ปัจจุบัน) เนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ และโรงเรียนการช่างสตรีปัตตานี ได้ที่ราชพัสดุติดกับโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด (โรงเรียนเดชะปัตนยานุกูลปัจจุบัน) มีเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ กรมอาชีวศึกษาได้ตั้งงบประมาณเพื่อซื้อที่ดินสร้างโรงเรียน  เป็นเงิน  351,220  บาท
  (สามแสนห้าหมื่นหนึ่งพันสองร้อยยี่สิบบาทถ้วน)
    ปี  พ.ศ.  2500 – 2502  ได้รับงบประมาณเพื่อถมที่และสร้างอาคารเรียน  ลักษณะอาคารเรียนที่สร้างเป็นเรือนไม้  2  ชั้น  1  หลัง   และอาคารครัว  1  หลัง  แล้วเสร็จในปี  2502
    ปี  พ.ศ.  2502  โรงเรียนได้ย้ายจากอาคารเรียนเดิมมายังสถานที่ใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2502  สถานที่ใหม่ดังกล่าวตั้งอยู่  เลขที่ 10  ถนนสะบารัง  อำเภอเมือง  จังหวัดปัตตานี 
มีเนื้อที่ทั้งหมด     32  ไร่  3  งาน  42  ตารางวา  ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานศึกษาในปัจจุบัน
   ปีการศึกษา 2502  ได้เปิดสอนระดับมัธยมอาชีวศึกษาชั้นสูง  และลดชั้นเรียนมัธยมศึกตอนต้น  โดยรับนักเรียนที่สำเร็จชั้น  ม.3  และ ม.6
   ปี  พ.ศ.  2507  ได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียนเรือนไม้ใต้ถุนสูง  1   หลัง
   ปีการศึกษา  2508  โรงเรียนได้รับการปรับปรุงให้อยู่ในโครงการขององค์การยูนิเซฟ  ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินโครงการ  5  ปี  ได้เปิดแผนกวิชาต่าง ๆ ดังนี้

  1. แผนกวิชาผ้าและการตัดเย็บ

  2. แผนกวิชาอาหารและโภชนาการ

  3. แผนกวิชาคหกรรมศาสตร์ทั่วไป

  4. แผนกวิชาศิลปหัตถกรรม  3  สาขา  ได้แก่
    4.1 ช่างเครื่องเคลือบดินเผา
    4.2 ช่างหนัง
    4.3 ช่างโลหะรูปพรรณ

         รวมเรียกว่า  แผนกคหกรรมศาสตร์  เปิดสอนวิชาเลือก เสริมสวย  การทำดอกไม้แห้ง  เย็บปักถักร้อยและอื่น ๆ

   ปี  พ.ศ.  2508  ได้รับงบประมาณสร้างโรงหัตถกรรม  1  หลัง  ให้ใช้ในการเรียนหัตถกรรม
   ปี  พ.ศ.  2508 งดรับนักเรียนในชั้นมัธยมอาชีวศึกษาชั้นสูงปีที่  1  ปีที่  2  และ  ปีที่  3  ลงตามลำดับ
   ปี  พ.ศ.  2509  ได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียน  1  หลัง  เป็นเรือนไม้
   ปี  พ.ศ.  2510  ได้สร้างอาคาร เรือนปฏิบัติการ 1  หลัง
   ปีการศึกษา  2511  รับนักเรียนชั้น  ม.ศ.3  เข้าเรียนชั้น  ม.ศ.4  สายอาชีพเพียงอย่างเดียว
   ปีการศึกษา  2516  ได้เปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนการช่างสตรีปัตตานี   เป็นโรงเรียนอาชีวศึกษาปัตตานี  เมื่อวันที่  1  พฤษภาคม  2516
   ปีการศึกษา  2518 เริ่มใช้หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2518 มีหลักสูตร2 ปี (ม.ศ.4 และ ม.ศ.5)
   ปีการศึกษา  2519  กรมอาชีวศึกษาอนุมัติให้เปิดแผนกวิชาพณิชยการอีก  1  แผนกวิชา  และปีนี้ได้ยุบแผนกวิชาศิลปหัตถกรรม
   ปีการศึกษา 2520  เริ่มใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2520 หลักสูตร    1 ปี
   ปี พ.ศ. 2521 โรงเรียนได้รับงบประมาณสร้างอาคารตึก คหกรรมศาสตร์ เป็นอาคาร 2 ชั้น เต็มตามโครงการ  1  หลัง
   ปี พ.ศ.  2521  กรมอาชีวศึกษามีโครงการจัดตั้งศูนย์ฝึกวิชาชีพ  โดยโครงการเงินกู้ของธนาคารโลกที่จังหวัดปัตตานีเป็นแห่งแรกของเขตการศึกษา 2   4  จังหวัดภาคใต้  เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเรียนวิชาชีพของโรงเรียนสายสามัญในจังหวัดปัตตานี  และในจังหวัดใกล้เคียงที่อยู่ในระยะ 15  กิโลเมตร  กรมอาชีวศึกษาจึงได้ให้อาจารย์พิเชษฐ์  คงทน  ผู้อำนวยการกองวิทยาลัยเทคนิคขณะนั้นและเจ้าหน้าที่มาสำรวจพื้นที่และในที่สุดได้ดำเนินการปลูกสร้างตึกศูนย์ฝึกวิชาชีพแห่งนี้และแล้วเสร็จใน  พ.ศ.  2524  โดยใช้พื้นที่ร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี
   ปี พ.ศ. 2522 กรมอาชีวศึกษาได้แต่งตั้ง นางสาวรัตนา รัตนโกมล ซึ่งย้ายมาจากโรงเรียนอาชีวศึกษานครศรีธรรมราชมาดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่
   ปีการศึกษา  2522  กรมอาชีวศึกษาได้เปิดสาขาวิชาพณิชยการ  ภาคนอกเวลา  1  ห้องเรียน
   ปีการศึกษา  2524  กรมอาชีวศึกษาได้กำหนดให้ใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ  (ปวช.)  พุทธศักราช  2524  เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง  3  ปี
   ปีการศึกษา  2525  กรมอาชีวศึกษาอนุมัติให้เปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค  (ปวท.)  สาขาการเงินการธนาคาร  เพิ่มอีก  1  สาขา  และได้ยกฐานะจากโรงเรียนอาชีวศึกษาปัตตานี  เป็นวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี  ตั้งแต่วันที่  1  เมษายน  2525
   ปีการศึกษา  2526  กรมอาชีวศึกษาได้อนุมัติให้เปิดสอนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง  2  สาขา  คือ  สาขาวิชาการบัญชี  และ สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ทั่วไป
   ปี พ.ศ. 2526 วิทยาลัย ฯ ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนและปฏิบัติการซึ่งเป็นอาคาร 4  ชั้น  24  ห้องเรียน
   ปีการศึกษา 2527  วิทยาลัยฯ  ได้รับอนุมัติจากกรมอาชีวศึกษาให้เปิดรับนักศึกษาเพิ่มเติม คือ

  1. ระดับ  ปวช.  เปิดสาขาวิชาศิลปะประยุกต์

  2. ระดับ  ปวส.  (พิเศษ)  เปิดรับนักศึกษาทุกสาขาวิชาโดยรับจากนักศึกษาที่สำเร็จมัธยมศึกษาปีที่  6 สายสามัญที่เลือกเรียนแผนการเรียนวิชาชีพ

  3. ระดับ  ปวท.  เปิดสาขาวิชาการบัญชี  คหกรรมศาสตร์ทั่วไป  ผ้าและเครื่องแต่งกาย

  4. ระดับ  ปวส.  เปิดสาขาวิชาอาหารและโภชนาการ  ผ้าและเครื่องแต่งกาย

   ปี พ.ศ. 2529  กรมอาชีวศึกษาได้มีคำสั่งย้ายนางสาวรัตนา รัตนโกมลไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี และแต่งตั้ง นางกันยา  อเนกชัย จากวิทยาลัยเทคนิคพัทลุง มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี
   ปี พ.ศ.  2530 วิทยาลัยฯ  ได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียนและปฏิบัติการ เป็นอาคาร 4 ชั้น คือ  อาคารคหกรรมศาสตร์ในปัจจุบัน  และได้รับงบประมาณสร้างโรงอาหาร  และหอประชุม
อีก  1  หลัง
   ปี พ.ศ. 2531 กรมอาชีวศึกษาได้แต่งตั้ง นางสมจิตต์ กะระณา ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี 
ต่อจาก นางกันยา อเนกชัย ซึ่งได้รับรับคำสั่งไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ฝึกวิชาชีพปัตตานี
   ปี  พ.ศ.  2531  วิทยาลัยฯ  ได้งบประมาณสร้างอาคารแสดงและจำหน่ายผลผลิต  1  หลัง
   ปี  พ.ศ.  2533  กรมอาชีวศึกษาได้แต่งตั้ง นางสินีนาฎ ศิลปาจารย์จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี ต่อจาก นางสมจิตต์ กะระณา ซึ่งได้รับการแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา
   ปี พ.ศ. 2533 วิทยาลัยฯ  ได้รับอนุมัติให้เปิดรับนักศึกษาระดับ ปวท. สาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์
   ปีการศึกษา 2537 วิทยาลัยฯ ได้รับอนุมัติให้ยุบ ปวท. สาขาวิชาการเงินและการธนาคาร  และเปิด รับนักศึกษาในสาขาวิชาใหม่
่  ดังนี้

  1. ระดับ  ปวส.  สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ  โดยรับจากผู้จบ  ม.6

  2. ระดับ  ปวส.  สาขาวิชาการเลขานุการ

   ปีการศึกษา  2537  วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานีได้เปิดทำการสอน  3  หลักสูตร คือ

  1. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)

  2. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)

  3. หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.)

    รายละเอียดการจัดการศึกษา   มีดังต่อไปนี้
    หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ  (ปวช.)  เป็นหลักสูตร  3  ปี  รับสมัครจากผู้สำเร็จการศึกษา  ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3)  หรือเทียบเท่า  มี  3  ประเภทวิชา  ดังนี้

    1.ประเภทวิชาคหกรรม  มี  1  สาขาวิชา
    1)  สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์  แยกเป็น  3  กลุ่มวิชา
          1.1)  กลุ่มวิชาคหกรรมศาสตร์ทั่วไป
          1.2)  กลุ่มวิชาอาหารและโภชนาการ
          1.3)  กลุ่มวิชาผ้าและเครื่องแต่งกาย
    2)  ประเภทวิชาพาณิชยกรรม  มี  1  สาขาวิชา
          2.1)  สาขาวิชาพณิชยการ  แยกออกเป็น  3  กลุ่มวิชา
               2.1.1)  กลุ่มวิชาการบัญชี
               2.1.2)  กลุ่มวิชาเลขานุการ
               2.1.3)  กลุ่มวิชาการขาย
    3)  ประเภทวิชาศิลปหัตถกรรม  มี  1  สาขาวิชา
          3.1)  สาขาวิชาศิลปหัตถกรรม  แยกออกเป็น  1  กลุ่มวิชา
               3.1.1)  กลุ่มวิชาศิลปะประยุกต์

2.   หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง  (ปวส.)  เป็นหลักสูตร  2  ปี รับสมัครจากผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ  (ปวช.)  ตามแผนกวิชาที่รับสมัครเข้าศึกษา
  มี  2  ประเภทวิชาดังนี้
   2.1  ประเภทวิชาคหกรรมศาสตร์  มี  3  สาขาวิชา
      1)  สาขาวิชาคหกรรมศาสตร์ทั่วไป
      2)  สาขาผ้าและเครื่องแต่งกาย
      3)  สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ
   2.2  ประเภทวิชาบริหารธุรกิจ  มี  4  สาขาวิชา
      1)  สาขาวิชากรบัญชี
      2)  สาขาวิชาการตลาด
      3)  สาขาวิชาเลขานุการ
      4)  สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ  (รับผู้จบ ม.6)

3.  หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) เป็นหลักสูตร2 ปี รับสมัครจากผู้สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย  (ม.6)  หรือเทียบเท่า ปวช. หลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ
มี 3 ประเภทวิชาดังนี้   
       ปี พ.ศ. 2540 นางสินีนาฏ  ศิลปาจารย์ ได้รับแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญกรมอาชีวศึกษา และแต่งตั้ง
นางโกสุม สุทธิสิงห์ มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานี อยู่เพียง 1 ปี เกษียณอายุราชการ ในปี พ.ศ 2541

       ปี พ.ศ. 2541 กรมอาชีวศึกษาแต่งตั้งนางสาวถนอมศรี รัฐบุตร จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ตมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานีจนถึงปี พ.ศ. 2545 กรมอาชีวศึกษาปีคำสั่งให้นางสาวถนอมศรี รัฐบุตร ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างภูเก็ต ช่วงนี้เป็นช่วงที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานีมีอาคารพร้อมในจัดการเรียนการสอน วิทยาลัยจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาภายในอาคารและการจัดภูมิทัศน์ภายในวิทยาลัย ซึ่งได้แก่ห้องประชุม,ห้องปฏิบัติงาน, ห้องเรียนแผนกวิชาเลขานุการ, ห้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วยตนเอง
(Self-access learning), ห้องอินเตอร์เน็ต, มีห้องหมอภาษาทดสอบการฟัง,พูด,อ่าน,เขียนภาษาไทยและปรับปรุงพัฒนาให้สามารถฟัง,พูด,อ่าน,เขียนภาษาไทย ได้ชัดเจนถูกต้อง,ปรับปรุงเพิ่มสถานที่พักผ่อนและเพิ่มบรรยากาศให้ร่มรื่นน่าอยู่ยิ่งขึ้น, เปิดร้านจำหน่ายอาหารกลางวันบุฟเฟ่ส์ ชื่อร้านเทียนทองบริการอาหารกลางวันแก่บุคคลภายนอก
ราคาหัวละ 49 บาท เป็นที่ฝึกงานของนักเรียนคหกรรม อาหาร และสาขาการโรงแรมและบริการ,เริ่มส่งเสริมการทำโรตีกรอบและน้ำปรุงแกงส้มออกตลาด

     ปี พ.ศ. 2545 กรมอาชีวศึกษามีคำสั่งให้นางสงบ พรหมจินดา จากวิทยาลัยการอาชีพท้ายเหมือง จังหวัดพังงา มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานีจนถึงปี
พ.ศ. 2550 กรมอาชีวศึกษาปีคำสั่งให้ นางสงบ พรหมจินดา ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดพัทลุง ในช่วงนี้ธุรกิจโรตีกรอบได้รับการส่งเสริมให้ศิษย์เก่ายึดเป็นอาชีพในโครงการส่งเสริมศิษย์เก่าประกอบอาชีพอิสระ ,ส่งเสริมให้มีการแสดงดิเกร์ฮูลูของนักศึกษาจนได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดโครงการกิจกรรมสร้างสรรค์เยาวชนไทยรับถ้วยรางวัลประทานจาก
พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณวลีนารีรัตน์(การประกวดดิเกร์ฮูลู) ในปี 2548  ช่วงนี้การรับนักเรียนใหม่มีนโยบายอยากเรียนสาขาใดต้องได้เรียน ไม่มีการสอบคัดเลือกเข้าเรียน

     ปี พ.ศ.2547 เกิดสถานการณ์ความไม่สงบใน3 จังหวัดชายแดนใต้วิทยาลัยต้องปรับลดรอบการสอนไม่มีรอบบ่าย ชั่วโมงสุดท้ายแต่ละวันเลิกไม่เกิน 17.00 น.มีผลกระทบด้านปริมาณผู้เรียน นักเรียนนอกพื้นที่ปัตตานีเช่นนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ไม่กล้ามาเรียน ผู้ปกครองบางส่วนย้ายถิ่น และส่งบุตรหลานไปเรียนจังหวัดอื่น

     ปี พ.ศ. 2550 กรมอาชีวศึกษามีคำสั่งให้นางสาวพูลสุข ธัชโอภาส จากวิทยาลัยการอาชีพกันตัง จังหวัดตรัง มาดำรงตำแหน่ง
ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาปัตตานีจนถึงปีปัจจุบัน งานหลักยุคนี้สานต่อโครงการดีๆที่ผ่านมาเช่นพัฒนาธุรกิจโรตีกรอบสู่อุตสาหกรรมโดยปรับปรุงอาคารเก็บพัสดุทำเป็นโรงงานในโรงเรียนผลิตจำหน่ายตลอดปี ปรับปรุงร้านอาหารเทียนทองเป็นร้านอาหารฮาลาลต้นแบบ, เปิด R paradise Spa , พัฒนาห้องเรียนตามสภาวการณ์ ในสาขาการตลาดสาขาวิชา การโรงแรมและบริการ
สนับสนุนสื่อ อุปกรณ์ในห้องเรียนทฤษฎี  เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนและงานสนับสนุนการสอน